ประวัติความเป็นมาของ FedEx ใน APAC

  • ประวัติของ FedEx ใน APAC และ ประเทศไทย

ประวัติความเป็นมาของ FedEx ใน APAC

FedEx Express (FedEx) เริ่มมีแนวคิดเกี่ยวกับเครือข่ายระหว่างประเทศกว่า 25 ปีมาแล้ว เมื่อบริษัทได้ลงทุนซื้อบริษัทขนส่งสินค้า Gelco Express International ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในยุโรปและเอเชีย

  • 1980 - 1989

1984

  • ซื้อกิจการ Gelco บริษัทจัดส่งพัสดุภัณฑ์ซึ่งมีสำนักงานในยุโรปและเอเชีย

  • เริ่มดำเนินธุรกิจ FedEx ในจีนและญี่ปุ่น

1987

  • ก่อตั้งสำนักงานภูมิภาคประจำเอเชียแปซิฟิกแห่งแรกในฮาวาย

1988

  • เริ่มให้บริการขนส่งสินค้าโดยตรงตามตารางเวลารายแรกไปยังประเทศญี่ปุ่น

  • ให้บริการเที่ยวบินขนส่ง 4 เที่ยวต่อสัปดาห์ระหว่างเมืองพอร์ตแลนด์ มลรัฐโอเรกอน และนาริตะ

1989

  • เข้าซื้อกลุ่มธุรกิจ Flying Tiger Line ทำให้ FebEx ได้รับสิทธิ์ให้บริการเที่ยวบินขนส่งไปยัง 21 ประเทศ

  • เริ่มดำเนินธุรกิจ FedEx ในประเทศออสเตรเลีย เกาหลีใต้และมาเลเซีย

  • 1990 - 1999

1990

  • เริ่มดำเนินกิจการ FedEx ในไต้หวัน

1991

  • เริ่มให้บริการภาคพื้นดินโดยFedExเอง ในประเทศมาเลเซีย ด้วยการเข้าซื้อกิจการ และกลุ่มรถขนส่งสินค้าของ Nationwide Express ซึ่งเป็นบริษัทรับส่งพัสดุภัณฑ์ในประเทศ

  • เข้าซื้อกิจการ Flying Korea Co. Ltd. เพื่อเป็น GSA ของ FedEx ในเกาหลีใต้

1992

  • ย้ายสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกไปยังฮ่องกง

1994

  • ก้าวขึ้นเป็นบริษัทจัดส่งพัสดุภัณฑ์แบบด่วนรายแรกที่เชื่อมต่อกับหน่วยงานศุลกากรประเทศจีนด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์

  • เริ่มให้บริการเที่ยวบินขนส่งสินค้าเข้าและออกจากจีน ด้วยเครื่องบินขนส่งของตนเองทุกสัปดาห์ไปปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้

1995

  • เปิดตัวบริการ FedEx AsiaOne®ซึ่งเป็นบริการภายในภูมิภาคเอเชียพร้อมกับเปิดศูนย์กลาง Subic Bay

  • เริ่มดำเนินธุรกิจขนส่งสินค้าเข้าและออกจากประเทศจีน

1996

  • เชื่อมต่อจีนและฮ่องกงกับศูนย์กลาง Subic Bay และสหรัฐอเมริกาโดยตรง

  • รับใบอนุญาตดำเนินธุรกิจบริการตรงระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน

1997

  • เปิดตัวบริการเที่ยวบินรอบโลก (Round-the-World) ซึ่งจะปรับปรุงให้บริการระหว่างยุโรป เอเชีย และสหรัฐอเมริกาดีขึ้น

  • เพิ่มเที่ยวบินระหว่างจีน-สหรัฐอเมริกา และจีน-เอเชียเป็น 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

  • เริ่มดำเนินงาน ศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้า FedEx Chiang Kai Shek (CKS) ในไต้หวัน

  • เป็นสายการบินแรกในมาเลเซียที่บริหารจัดการเครื่องบินขนส่งของตนเอง นอกเหนือจากสายการบินประจำชาติของมาเลเซีย

  • เพิ่มบริการรับและจัดส่งพัสดุเป็น 8 จุดบริการในกรุงโซล และในเมืองอื่น ๆ ของเกาหลีใต้อีก 5 เมือง

  • เปิดตัว FedEx interNetShip® ซึ่งเป็นระบบจัดส่งพัสดุบนเดสก์ท็อปอัตโนมัติสมบูรณ์แบบ

1998

  • เชื่อมต่อเซบู จาการ์ตาและซิดนีย์กับเครือข่าย AsiaOne®

  • หลังจากสรุปการเจรจาข้อตกลงการบินทวิภาคีระหว่างสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น FedEx ได้ก้าวขึ้นเป็นบริษัทขนส่งสินค้าของสหรัฐอเมริกาเพียงรายเดียวที่ได้รับสิทธิ์แบบไม่จำกัดในการให้บริการเที่ยวบินไปยังจุดระหว่างทางและเกินเส้นทางเข้าและออกจากญี่ปุ่น

  • ขยายบริการรับและจัดส่งพัสดุไปยัง 111 เมืองในจีน

  • เริ่มดำเนินงานระบบส่งด่วน FedEx ที่อาคารผู้โดยสาร Asia Airfreight ณ ท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง

  • เปิดตัวFedEx International First®,บริการจัดส่งสินค้าถึงประตูบ้านจากสิงคโปร์ไปยังเมืองใหญ่ 90 เมืองในสหรัฐอเมริกาภายใน 8.00 น. ในวันทำการถัดไป

  • เปิดคลังสินค้า FedEx ทีท่าอากาศยานนานาชาติกัวลาลัมเปอร์

  • เปิดตัว FedEx Ship ซึ่งเป็นวิธีการแก้ปัญหาของการขนส่งพัสดุที่ทำงานบน Windows

1999

  • เชื่อมต่อเมืองเซิ่นเจิ้น ประเทศจีนกับเครือข่าย AsiaOne

  • เข้าดำเนินกิจการในฐานะเจ้าของและบริหารกิจการของ FedEx ในประเทศไทยอย่างเต็มตัว

  • ลงนามในข้อตกลงกับ Shenzhen Airport (Group) Co. ในการเปิดเที่ยวบินเซิ่นเจิ้น

  • เพิ่มตารางเวลาเที่ยวบินไปยังปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้เป็น 5 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

  • ก่อตั้งกิจการร่วมทุน Federal Express-Da Tian Co., Ltd. ในเทียนจินร่วมกับ Da Tian W. Air Service Corporation

  • เพิ่มบริการรับและจัดส่งพัสดุไปยัง 144 เมืองในจีน

  • เปิดศูนย์ข้อมูลในสิงคโปร์ โดยจะทำหน้าที่เป็นศูนย์บริการและดำเนินงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของ FedEx ทั่วภูมิภาคเอเชีย

  • 2000 - 2009

2000

  • เข้าซื้อกิจการ Tower Group International เพื่อให้สามารถให้บริการการค้าทั่วโลกได้อย่างครบถ้วน

  • เพิ่มเที่ยวบินจากโตเกียวไปยังปักกิ่งและสหรัฐอเมริกาเป็น 5 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

  • เพิ่มบริการรับและจัดส่งพัสดุไปยัง 190 เมืองในจีน

  • จัดส่งหมีแพนด้าใหญ่ 2 ตัวจากจีนไปยังสวนสัตว์แห่งชาติ Smithsonian Institution ในวอชิงตัน ดี.ซี.

  • เริ่มให้บริการโดยตรงไปยังเกาหลีใต้เต็มรูปแบบด้วยการเข้าซื้อกิจการของ Pri-Ex Inc.

  • เพิ่มเที่ยวบินภายในประเทศไทย 7 เที่ยวบิน ประกอบไปด้วยเส้นทางตะวันออก 1 เส้นทาง และเส้นทางตะวันตก 6 เส้นทาง

2001

  • เพิ่มประเทศเวียดนามเข้าในเครือข่าย AsiaOne

  • เพิ่มความถี่เที่ยวบินในจีน โดยบินตรงระหว่างเซี่ยงไฮ้และสหรัฐอเมริกา

  • เริ่มการดำเนินงานของศูนย์จัดการพัสดุด่วน FedEx-Da Tian ที่ศูนย์กำกับดูแลงานศุลกากร International Express Shanghai ณ ท่าอากาศยานนานาชาติ Shanghai Pudong

  • เพิ่มบริการรับและจัดส่งพัสดุไปยัง 198 เมืองในจีน รวมอาคารงานนำเข้า/ส่งออก ณ ท่าอากาศยานนานาชาติ Kansai ในญี่ปุ่น

  • ขนส่งหุ่นจำลองของ SuperCronc ซึ่งเป็นจระเข้กินไดโนเสาร์อายุ 110 ล้านปียาว 11 เมตรในการจัดนิทรรศการของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่จัดโดย National Geographical Channel ผ่านเครือข่าย AsiaOne

2002

  • เปิดเส้นทาง Round-the-World เชื่อมต่อสหรัฐอเมริกา เอเชียแปซิฟิกและยุโรป

  • เพิ่มข้อเสนอบริการระหว่างเอเชียแปซิฟิกและยุโรป ด้วยเครื่องบินขนส่ง MD-11 ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ โดยจะมีขีดความสามารถในการรองรับพัสดุเพิ่มเป็นสองเท่าและเพิ่มปริมาตรการขนส่งพัสดุอีก 50 ตันต่อวัน

  • ขยายศูนย์จัดแยกประเภทพัสดุหลักที่ Subic Bay เพิ่มพื้นที่สองเท่าเป็น 140,000 ตารางเมตร

  • ขยายพื้นที่ศูนย์บริการเป็น 8,700 ตารางเมตร ณ ท่าอากาศยานนานาชาติ Chiang Kai-Shek ในไทเป

  • เปิดข้อตกลงค้าปลีกเชิงกลยุทธ์กับ Singapore Post (SingPost) ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าของ FedEx สามารถส่งพัสดุภัณฑ์จากสาขาต่าง ๆ ของ SingPost

  • บริษัทขนส่งพัสดุภัณฑ์ระหว่างประเทศรายแรกและรายเดียวที่ให้ข้อเสนอรับประกันการคืนเงินให้กับลูกค้าในจีนแผ่นดินใหญ่

2003

  • เป็นบริษัทจัดส่งพัสดุเร่งด่วนรายแรกที่ให้บริการจัดส่งด่วนถึงประตูบ้านในวันทำการไปยังเมืองดิลี ในติมอร์ตะวันออก นับจากประเทศเป็นเอกราชในปี 2002

  • แยกจีนเป็นภูมิภาคอิสระโดยใช้เซี่ยงไฮ้เป็นฐาน ซึ่งจะช่วยให้สามารถเสนอบริการที่ตรงตามความต้องการและรวดเร็วมากขึ้นแก่ลูกค้าชาวจีน

  • เปิด เที่ยวบินตรงซึ่งถือเป็นเที่ยวบินแรกในอุตสาหกรรมการขนส่งจากจีนใต้ไปยังทวีปอเมริกาเหนือ

  • จัดส่งหมีแพนด้าใหญ่ 2 ตัวไปยังสวนสัตว์ Memphis ในมลรัฐเทนเนสซี ประเทศสหรัฐอเมริกา

2004

  • ได้รับอนุญาตให้เพิ่มความถี่เที่ยวบินไปประเทศจีนอีก 12 เที่ยวบินจากกระทรวงการขนส่งแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. DOT)

  • เปิดสำนักงานใหญ่ในภูมิภาคจีนในเซี่ยงไฮ้

  • เพิ่มเที่ยวบินไปยังเกาหลีเป็น 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ซึ่งนับว่ามีความถี่เที่ยวบินสูงสุดไปยังเกาหลีใต้ภายในกลุ่มบริษัทจัดส่งพัสดุเร่งด่วนระหว่างประเทศ ขยายเวลาฝากสินค้าเพิ่มอีก 2 ชั่วโมง

  • เปิดศูนย์บริการด้านการเงินเอเชียแปซิฟิกในประเทศสิงคโปร์ให้บริการ 14 ประเทศทั่วทวีปเอเชีย

  • เปิดตัวบริการจัดส่งถึงผู้รับเวลาเที่ยงพร้อมข้อเสนอรับประกันการคืนเงินบริการFedEx International Priority®ในประเทศสำหรับพัสดุภัณฑ์ทุกรูปทรงและขนาดจากเอเชีย ยุโรป และสหรัฐอเมริกาไปยังฮ่องกง

  • เปิดตัวบริการ International Priority Dangerous Goods (IPDG) หรือบริการขนส่งสินค้าอันตรายเร่งด่วนระหว่างประเทศ เพื่อให้บริการที่รวดเร็ว เชื่ือถือได้และตามเวลาที่ระบุแน่นอน สำหรับสินค้าจำแนกประเภท (classified goods) หรือของต้องจำกัด (restricted goods) ในเมืองเมลเบิร์น ซิดนีย์ และบริสเบน ประเทศออสเตรเลีย เมืองกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย และในประเทศสิงคโปร์

  • เปิดตัวบริการจัดส่งพัสดุภัณฑ์ทุกรูปแบบก่อนเวลาทำการให้กับลูกค้าในสิงคโปร์

2005

  • เปิดตัว เที่ยวบินจัดส่งพัสดุเร่งด่วนโดยตรงจากจีนไปยังยุโรปเป็นครั้งแรก จากเซี่ยงไฮ้ไปยังแฟรงก์เฟิร์ต ในประเทศเยอรมนี ในเส้นทาง Westbound-Round-The-World ซึ่งเริ่มต้นและสิ้นสุดที่เมืองเมมฟิส

  • ได้รับอนุญาตให้เพิ่มความถี่เที่ยวบินไปจีนอีก 3 เที่ยวบินจากกระทรวงขนส่งแห่งสหรัฐอเมริกา ทำให้มีจำนวนความถี่เที่ยวบินไปจีนมีจำนวนทั้งหมดเป็น 26 เที่ยวบิน

  • เปิดตัว IPDG ซึ่งเป็นบริการ International Priority ในประเทศไทย ให้บริการขนส่งสินค้าตรงตามเวลาที่ระบุแน่นอนสำหรับสินค้าจำแนกประเภทและของต้องจำกัด

  • ประกาศแผนการสร้างศูนย์กลางเอเชียแปซิฟิกใหม่ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติ Guangzhou Baiyun ในจีนใต้

  • เปิดตัวบริการขนส่งสินค้าข้ามคืนโดยตรงรายแรกในอุตสาหกรรมระหว่างอินเดียและจีน ในเส้นทาง Eastbound-Round-The-World ที่เชื่อมต่อยุโรป อินเดีย จีนและญี่ปุ่นกับศูนย์ FedEx ในเมืองเมมฟิส ประเทศสหรัฐอเมริกา

2006

  • จัดพิธีเปิดศูนย์กลางเอเชียแปซิฟิกของ FedEx อย่างเป็นทางการ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติ Guangzhou Baiyun

  • ประกาศข้อตกลงเข้าซื้อหุ้น 50% ของ DTW Group ในการจัดตั้งกิจการร่วมทุนในบริการจัดส่งพัสดุเร่งด่วน FedEx-DTW International Priority และเครือข่ายการจัดส่งพัสดุเร่งด่วนในประเทศของ DTW Group ในจีนในจำนวนเงิน 400 ล้านดอลลาร์

  • เพิ่มความถี่เที่ยวบินอีก 3 เที่ยวบินที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงขนส่งแห่งสหรัฐอเมริกาในปี 2005 ทำให้มีจำนวนความถี่เที่ยวบินรวมในจีนเพิ่มเป็น 26 เที่ยวบิน

  • เปิดตัวบริการเที่ยวบิน point-to-point ระหว่างโซล เกาหลีและแองเคอเรจ ด้วยบริการเที่ยวบิน 5 เที่ยวต่อสัปดาห์ ทำให้จำนวนรวมเที่ยวบินของ FedEx ต่อสัปดาห์จากเกาหลีไปสหรัฐอเมริกาและปลายทางในเอเชียเพิ่มเป็น 25 เที่ยวบิน

  • เปิดศูนย์บริการใหม่ ณ ท่าอากาศยาน Brisbane ในออสเตรเลีย เพิ่มขีดความสามารถในการรองรับความต้องการขนส่งสินค้าด่วนทางอากาศในบริสเบนได้มากกว่าสองเท่า

  • เปิดสถานี Shinsuna แห่งใหม่ในมหานครโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น กลายเป็นสถานีบริการที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ศูนย์บริการแห่งใหม่นี้มีพื้นที่มากกว่า 19,000 ตารางเมตร มีพนักงานมากกว่า 400 คน และติดตั้งเทคโนโลยีที่มีขีดความสามารถในการจัดแยกประเภทพัสดุภัณฑ์ได้ถึง 6,000 ชิ้นต่อชั่วโมง

2007

  • เปิดตัวบริการจัดส่งพัสดุภัณฑ์ในวันทำการถัดไปภายในประเทศในจีน ให้บริการจัดส่งพัสดุภัณฑ์ในวันทำการถัดไป ไปยังมากกว่า 30 เมืองและบริการขนส่งตรงวันที่ระบุไปยังมากกว่า 200 เมืองและมณฑลทั่วประเทศจีน ระบบขนส่งทางอากาศผ่านเมืองศูนย์กลาง ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่ท่าอากาศยานนานาชาติ Hangzhou Xiaoshan ที่มีขีดความสามารถในการคัดแยกประเภทพัสดุภัณฑ์สูงสุด 9,000 ชิ้นต่อชั่วโมง

  • FedEx ได้รับสิทธิ์ให้บริการเที่ยวบินขนส่งระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน 30 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

2008

  • เปิดตัวบริการ FedEx International Economy®ในตลาดเอเชียแปซิฟิก 13 แห่ง ซึ่งได้แก่ ออสเตรเลีย จีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง อินโดนีเซีย ญ๊่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไต้หวัน ไทย และเวียดนาม

  • เปิดตัวบริการเที่ยวบิน Airbus A310 ใหม่ไปยังเวียดนาม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการขนส่งพัสดุเข้าและออกจากประเทศอีก 5 เท่า และลดเวลาการจัดส่งพัสดุภัณฑ์เข้าและออกจากฮานอย เมืองหลวงของเวียดนามได้ 1 วันทำการ

  • ปรับปรุงเว็บไซต์สำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกใหม่หมดและปรับปรุงเครื่องมือจัดการการส่งพัสดุผ่านเว็บ FedEx Ship Manager ที่ fedex.com ให้ดีขึ้น เพื่อสร้างอินเตอร์เฟซผู้ใช้ที่ใช้งานง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้นและการจัดส่งพัสดุภัณฑ์ที่สะดวกยิ่งขึ้น

  • ฉลองครบรอบ 1 ปีของบริการ FedEx ในประเทศจีน พร้อมเสนอบริการขนส่งถึงผู้รับในเช้าวันถัดไปสู่ 9 เมืองหลักในจีน และขยายเวลาปิดรับฝากพัสดุสำหรับการขนส่งระหว่างภูมิภาค ในเขตลุ่มแม่น้ำแยงซี ที่ลุ่มปากแม่น้ำเพิร์ล ปักกิ่งและเทียนจิน

  • เสร็จสิ้นการทดสอบการดำเนินการเที่ยวบินครั้งแรกที่ศูนย์กลางเอเชียแปซิฟิกที่เมืองกวางเจา ในจีนใต้ในเดือนธันวาคม 2008 และประกาศตารางเวลาการเริ่มดำเนินการ

2009

  • เริ่มดำเนินงานศูนย์กลางเอเชียแปซิฟิกแห่งใหม่ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติ Guangzhou Baiyun ในกวางเจา จีนใต้ ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2009

  • เปิดศูนย์บริการลูกค้า FedEx ในเมืองวูฮั่น ประเทศจีน ในเดือนมิถุนายน 2009 ให้บริการลูกค้าที่ต้องการจัดส่งพัสดุภัณฑ์เร่งด่วนระหว่างประเทศในจีนตะวันออก และลูกค้าภายในประเทศตามเวลาที่ระบุแน่นอนทั่วประเทศ

  • แนะนำบริการขนส่งถึงผู้รับในวันทำการถัดไป เชื่อมต่อจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และสิงคโปร์กับฝรั่งเศสและเยอรมนี ปรับปรุงบริการโดยลดระยะเวลาการส่งสินค้าไปยังยุโรปสำหรับบริการ FedEx International Priority ให้เหลือเพียง 1 วันทำการ จากฮ่องกง เซี่ยงไฮ้และสิงคโปร์ ไปยังแฟรงก์เฟิร์ต โคโลญจน์ และปารีส ในวันจันทร์ถึงวันพฤหัสบดี

  • ขยายเวลาปิดรับฝากพัสดุภัณฑ์ และเพิ่มบริการจัดส่งก่อนเวลาทำการ ในภูมิภาคที่ลุ่มปากแม่น้ำเพิร์ล ในเดือนมีนาคมและพฤษภาคม 2009

  • เพิ่มบริการจัดส่งเริ่งด่วนขาเข้าระหว่างประเทศ FedEx ในเซี่ยงไฮ้ จีน เริ่มให้บริการในเดือนตุลาคม 2009 เวลาจัดส่งใหม่ที่ได้ปรับการปรับปรุงนี้มีผลใช้กับบริการจัดส่งพัสดุภัณฑ์ FedEx International Priority ขาเข้าทั้งหมด ไปยังพื้นที่ส่วนใหญ่ของเซี่ยงไฮ้ ในวันจันทร์ถึงวันเสาร์ พร้อมข้อเสนอการรับประกันคืนเงิน

  • 2010 - Present

2010

  • เปิดตัวเครื่องบินบรรทุกสินค้า Boeing 777 รายแรก เชื่อมต่อเซี่ยงไฮ้ จีนแผ่นดินใหญ่กับศูนย์กลาง FedEx Super Hub ในเมืองเมมฟิส มลรัฐเทนเนสซี เริ่มให้บริการครั้งแรกในวันที่ 4 มกราคม

  • เปิดตัวบริการ FedEx General Delivery ซึ่งเป็นจัดส่งพัสดุทั่วไปภายในประเทศจีน เริ่มให้บริการ 4 มกราคม โดยเป็นบริการแบบประหยัดและไม่ระบุเวลาแน่นอน แต่เชื่อถือได้เช่นที่ลูกค้าคาดหวังต่อ FedEx

  • รับการจัดส่งสินค้าด้วยรถบรรทุกที่ใช้เครื่องยนต์ไฮบริดดีเซล-ไฟฟ้า 2 คันในฮ่องกง ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งช่วยปรับปรุงสิ่งแวดล้อมของเมืองจากการลดการปล่อยคาร์บอนลง 30% เมื่อเทียบกับรถยนต์ดีเซลที่ FebEx ใช้อยู่ในปัจจุบัน

  • เพิ่มบริการ FedEx International Economy and International Economy®Freight จากเอเชียสู่ยุโรป-ตะวันออกกลาง (EMEA) และละตินอเมริกาในเดือนมีนาคม เพิ่มเมืองปลายทาง 11 - 15 เมืองทั้งสองภูมิภาค รวมเมืองปลายทาง 36 เมืองใน ยุโรป-ตะวันออกกลาง และ 16 เมืองปลายทางในละตินอเมริกา

  • เปิดตัวเครื่องบินบรรทุกสินค้า Boeing 777 รายแรก เชื่อมต่อฮ่องกงกับศูนย์กลาง FedEx Super Hub ในเมืองเมมฟิส มลรัฐเทนเนสซี และบริการขนส่งข้ามคืนใหม่จากฮ่องกงสู่ศูนย์กลางยุโรปในเมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส เริ่มให้บริการวันที่ 29 มีนาคม

  • เพิ่มจุดบริการประมาณ 1,000 แห่งในเครือข่าย FedEx ในไต้หวัน ภายใต้ข้อตกลงตัวแทนเชิงพาณิชย์กับ Chunghwa Post บริการไปรษณีย์ที่เป็นทางการของไต้หวัน บริการ FedEx International Priority เริ่มให้บริการโดยแบ่งเป็นช่วงผ่านช่องทางบริการของ Chunghwa Post มากกว่า 1,000 แห่ง โดยจะจัดตั้งในรูปศูนย์ FedEx Authorized Ship Centers ซึ่งลูกค้าในพื้นที่ส่งไปรษณีย์มากกว่า 95% ในไต้หวันจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากการการดำเนินการในครั้งนี้

  • เปิดตัวบริการตรงจากท่าอากาศยานนานาชาติ Kansai ในเมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น สู่ศูนย์กลาง FedEx Super Hub ในเมืองเมมฟิส มลรัฐเทนเนสซี เริ่มให้บริการในเดือนมิถุนายน ด้วยเครื่องบินบรรทุกสินค้า Boeing 777 เที่ยวบินนี้เริ่มต้นจากสิงคโปร์

  • ประกาศบริการพิเศษล่าสุดของ FedEx ได้แก่ บริการตู้สินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิ และโซลูชันบรรจุภัณฑ์สำหรับลูกค้ากลุ่มการดูแลสุขภาพและเภสัชภัณฑ์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริการFedEx HealthCare Solutionsในเดือนมิถุนายน

  • ประกาศขยายเวลารับพัสดุภัณฑ์สำหรับการจัดส่งพัสดุมูลค่าต่ำระหว่างประเทศทั้งหมดของ FedEx ไปพื้นที่บริการในยุโรปจากเซี่ยงไฮ้ ซูโจว หางโจว นิงโบ และเชาซิงในเดือนกันยายน ลูกค้าในเขตพื้นที่ที่กำหนดใน 5 เมืองที่กล่าวมานี้มีเวลาเตรียมพัสดุเพิ่มอีก 2 ชั่วโมงในวันอังคารถึงวันศุกร์

  • ปรับปรุงการเชื่อมต่อ FedEx ระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา ด้วยการเปิดตัวบริการเที่ยวบินใหม่ 2 เที่ยวบินในเดือนตุลาคม เที่ยวบินข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกใหม่จากเมืองปักกิ่ง ประเทศจีน ไปยังเมืองแองคอเรจ มลรัฐอลาสกา แวะเมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ และบริการเครื่องบินบรรทุกสินค้า Boeing 777 ที่เชื่อมต่อเซิ่นเจิ้นกับศูนย์กลาง FedEx Super Hub ในเมืองเมมฟิส มลรัฐเทนเนสซี ประเทศสหรัฐอเมริกา

  • เปิดตัวโซลูชันFedEx Electronic Trade Document ในเดือนตุลาคม ซึ่งจะช่วยให้ผู้ส่งสินค้าในออสเตรเลีย ฮ่องกง ญี่ปุ่น มาเก๊า มาเลเซีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และไทย อัพโหลดเอกสารจัดส่งสินค้าระหว่างประเทศทางอิเล็กทรอนิกส์ อำนวยความสะดวกพิธีการออกของที่ศุลกากร และประหยัดเวลาและทรัพยากรในเวลาเดียวกัน

  • เปิดตัวเที่ยวบินใหม่เข้าและออกจากฮานอย 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ในวันอังคารถึงวันศุกร์ เริ่มเดือนพฤศจิกายน เที่ยวบินใหม่นี้จะสามารถลดเวลาการส่งสินค้าสำหรับการขนส่งขาออกจากฮานอยได้หนึ่งวันทำการ

  • ใช้เครื่องบินบรรทุกสินค้า Boeing 777 ในการให้บริการการเชื่อมต่อโดยตรงจากฮ่องกงไปยังศูนย์กลาง FedEx Europe ในเมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส เริ่มเดือนธันวาคม

  • เปิดตัวบริการขนส่งระหว่างประเทศในวันเดียวกันจากจีนตะวันออกไปยังสหรัฐอเมริกา ด้วยเวลารับพัสดุภัณฑ์เพิ่มสูงสุด 2 ชั่วโมง ในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เริ่มเดือนธันวาคม

2011

  • เพิ่มการเชื่อมต่อโดยตรงระหว่างอินเดียและศูนย์กลางเอเชียแปซิฟิกในเดือนมกราคม เที่ยวบิน A310 เฉพาะกิจใหม่ เชื่อมต่อจากศูนย์กลางเอเชียแปซิฟิกของ FedEx กวางเจา-มุมไบ-นิวเดลี-กวางเจา 5 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

  • เปิดตัวแอพพลิเคชั่น iPhone และ Blackberryใหม่ และปรับปรุงเว็บไซต์ FedEx Mobile ในเดือนมกราคม ซึ่งทำให้ลูกค้าที่ใช้โทรศัพท์มือถือสามารถติดตามสถานะของพัสดุภัณฑ์ได้ ขอใบเสนอราคา นัดหมายการรับพัสดุภัณฑ์ในตลาดเอเชียแปซิฟิก ซึ่งรวมถึง ออสเตรเลีย ฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเก๊า มาเลเซีย นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และไต้หวัน และค้นหาจุดบริการ FedEx ใกล้เคียงได้

  • เปิดตัวการเพิ่มสมรรถนะเทคโนโลยีใหม่ทั่วโลกสำหรับบริการ FedEx Critical Inventory Logistics ในเดือนมกราคม บริการ FedEx Critical Inventory Logistics ช่วยให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบสินค้าคงคลังสำคัญที่ศูนย์กระจายสินค้าในภูมิภาค และสถานที่ส่งต่อสินค้าทั่วตลาดเอเชียแปซิฟิกทั้งหมด ซึ่งรวมถึง จีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลี ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และไต้หวัน เป็นต้น

  • เปิดสถานีบริการ FedEx ขนาด 2,230 ตารางเมตรแห่งใหม่ในเมืองซูโจว ประเทศจีน ในเดือนมีนาคม

  • ปรับปรุงเวลาขนส่งสินค้าขาเข้าในพื้นที่มหานครโตเกียว เริ่มวันที่ 9 พฤษภาคม

  • เปิดตัว FedEx International First ในเดือนพฤษภาคม บริการส่งถึงประตูบ้านของผู้รับตรงตามเวลาที่ระบุแน่นอนและผ่านพิธีการศุลกากรแล้ว โดยจะส่งพัสดุภัณฑ์ถึงผู้รับภายในเวลา 10.00 น. ในวันเดียวกันในพื้นทีตะวันออกและตอนใต้ของจีน และสิงคโปร์

  • เพิ่มบริการFedEx International Pirority® Freight ในเดือนมิถุนายน จัดส่งพัสดุภัณฑ์ไปยังปลายทางในฮ่องกงก่อนเที่ยงวัน

  • ลงนามในบันทึกความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Shanghai Airport (Group) Company Limited ในเดือนมิถุนายน ภายใต้ตลาดส่งออกที่เติบโตทางตะวันออกของจีน และความสามารถในการตอบสนองความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานของ FedEx ของท่าอากาศยานนานาชาติ Pudong

  • ออกเว็บไซต์ FedEx Mobile ในภาษาต่างๆ ซึ่งรวมถึง ภาษาจีนตัวเต็ม จีนตัวย่อ เกาหลี ญี่ปุ่น และไทย ในเดือนมิถุนายน

  • เปิดตัว Extra Large Pak (XL Pak) ใหม่ในตลาดเอเชียแปซิฟิกหลัก 15 แห่งในเดือนสิงหาคม ซึ่งได้แก่ ออสเตรเลีย จีน กวม ฮ่องกง อินโดนีเซีย ญีปุ่น เกาหลี มาเก๊า มาเลเซีย นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไต้หวัน ไทย และเวียดนาม

  • ปรับปรุงบริการ FedEx ในเดือนเดียวกันในเส้นทางเอเชีย-ยุโรป พร้อมเปิดตัวเครื่องบินขนส่ง A300-600 ในเส้นทางเดิมจากเมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ เข้าสู่ในยุโรปโดยผ่านศูนย์กลาง FedEx Asia-Pacific ในกวางโจว ประเทศจีน เป็น 10 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

  • เปิดสถานีดำเนินงานที่ใหญ่ที่สุดในเซี่ยงไฮ้ในเดือนกันยายน เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าและปริมาณบรรจุภัณฑ์ในตลาดในประเทศ

  • พิ่มบริการ FedEx International Economy และ FedEx International Economy Freight ในเอเชียในเดือนกันยายน ซึ่งจะช่วยให้สามารถให้บริการนี้ได้จากจุดต้นทางภายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจำนวนมากขึ้นไปยังปลายทางจำนวนมากขึ้นในภูมิภาคดังกล่าวและทั่วโลก

  • เพิ่มบริการ FedEx โดยลดระยะเวลาจัดส่งสินค้าให้สั้นลง 1 วันทำการสำหรับการจัดส่งที่ไม่ต้องมีเอกสารจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกไปยังอิตาลีเริ่มในเดือนตุลาคม

  • ปรับปรุงระยะเวลาจัดส่งสินค้าในการจัดส่งจากเมืองคิวชู ประเทศญี่ปุ่น ไปยังปลายทางในทวีปเอเชียให้ลดลง 1 วันทำการในเดือนพฤศจิกายน

2012

  • ขยายเครือข่ายจากเอเชียสู่ตลาดในตะวันออกกลางในเดือนกุมภาพันธ์ เพิ่มการเชื่อมต่อจากเอเชียสู่อินเดีย เพิ่มเส้นทางใหม่กวางเจา-มุมไบ-ดูไบ-เดลลี-กวางเจา

  • เปิดตัวแคมเปญขับขี่ประหยัดในตลาดเอเชียแปซิฟิก 10 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย จีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ ไต้หวันและไทย โดยมุ่งเน้นประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเปลี่ยนลักษณะการขับขี่ประจำวันของพนักงานขับรถ FedEx จำนวนหลายร้อยคน

  • เปิดตัวโปรแกรมการจัดส่งโดยไม่ปล่อยคาร์บอนในเดือนเมษายน โดยเปิดตัวซองจดหมาย FedEx แบบรีไซเคิล 100% และไม่ปล่อยคาร์บอน

  • แถลงการตัดสินใจก่อตั้งศูนย์บริการ FedEx ประจำภูมิภาคแปซิฟิกเหนือ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติ Kansai ในโอซากา ซึ่งใช้เป็นจุดรวมการจัดส่งจากเอเชียตอนเหนือไปยังสหรัฐอเมริกาในเดือนพฤษภาคม

  • ขยายเวลาปิดรับบริการสำหรับการจัดส่งพัสดุขาออกจากไต้หวันไปยังยุโรปและแอฟริกาในเดือนมิถุนายนโดยส่งได้จนถึงเวลา 19.00 น.

  • เปิดตัวเส้นทางบินด้วยเครื่องบินบรรทุกสินค้า Boeing 777 ใหม่ในเอเชียแปซิฟิก เชื่อมต่อเซี่ยงไฮ้และกวางเจาในจีน ไปยังศูนย์กลาง FedEx ในเมืองโคโลญจน์ ประเทศเยอรมนี ด้วยเที่ยวบิน 5 เที่ยวต่อสัปดาห์ ในวันอังคารถึงวันเสาร์

  • เพิ่มบริการ FedEx International First ในเอเชียแปซิฟิกในเดือนสิงหาคม ให้บริการลูกค้าในเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลียและเมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น ในการจัดส่งก่อนเวลาทำการสำหรับการจัดส่งพัสดุจากสหรัฐอเมริกา แคนาดา และละตินอเมริกามายังภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

  • เปิดตัวเครื่องมือใหม่และการเพิ่มแอปพลิเคชัน FedEx Mobile ในเดือนสิงหาคม ขยายเว็บไซต์ FedEx Mobile ไปใน 206 ประเทศและ 25 ภาษา โดยลูกค้าในตลาดเอเชียแปซิฟิก 30 ประเทศ

  • เปิดฮับ FedEx ภูมิภาคแปซิฟิกใต้แห่งใหม่ในเดือนตุลาคม ศูนย์ขนส่งด่วนแห่งแรกและแห่งเดียวในสิงคโปร์ เพื่อสนับสนุนลูกค้าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและเพิ่มการเข้าถึงในตลาดโลก

  • เปิดตัวบริการขาเข้าและขาออก FedEx Priority Alert®และ FedEx Priority Alert Plus ในตลาดเอเชียแปซิฟิก 10 ประเทศตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม เพื่อเชื่อมต่อและเพิ่มความอุ่นใจให้กับลูกค้าในเอเชียแปซิฟิกที่ต้องการตรวจสอบการจัดส่งที่ตรงตามเวลาที่ระบุแน่นอนและต้องมีการควบคุมอุณหภูมิขณะขนส่งที่เชื่อถือได้

  • ลงนามในข้อตกลงกับ Shanghai Airport (Group) Company Limited (SAA) ในเดือนตุลาคม ในการสร้างศูนย์กลาง FedEx Shanghai International Express and Cargo ในจีน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2017

  • ขยายเวลาปิดรับบริการเป็นสูงสุด 2 ชั่วโมงสำหรับการจัดส่งขาออกจากไต้หวันไปยังสหรัฐอเมริกา ด้วยเครื่องบินบรรทุกสินค้า Boeing 777 บินตรงจากไทเปโดยไม่หยุดพักระหว่างไทเป และศูนย์กลาง FedEx World Hub ในเมืองเมมฟิส ประเทศสหรัฐอเมริกาในเดือนตุลาคม

  • เปิดตัวบริการ SenseAwareSM ในออสเตรเลียและสิงคโปร์ ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าควบคุมห่วงโซ่อุปทานของตนได้ดีขึ่้นและติดตามการจัดส่งพัสดุที่สำคัญและต้องจัดส่งตรงตามเวลาที่ระบุอย่างแน่นอนได้แทบจะตามเวลาจริง

2013

  • เปิดตัวขบวนรถบรรทุกสินค้าที่ใช้ไฟฟ้าทั้งหมดปราศจากมลพิษขบวนใหญ่ครั้งแรกสำหรับ FedEx ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยใช้รถบรรทุก 10 คันในฮ่องกงในเดือนมีนาคม

  • เปิดสถานี FedEx Express ที่จังหวัดขอนแก่นซึ่งเป็นเมืองการค้าหลักที่ใหญ่เป็นลำดับสองของประเทศในเดือนมีนาคม

  • ส่งมอบหมีแพนด้าใหญ่ 2 ตัวจาก Chengdu ประเทศจีนไปยังสวนสัตว์ Toronto ด้วยเที่ยวบินเช่าเหมา “FedEx Panda Express” MD-11F เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2013

  • Nissan ร่วมกับ FedEx Express จัดการทดสอบภาคสนามสำหรับ e-NV200 ซึ่งเป็นรถยนต์เชิงพาณิชย์ที่ใช้ไฟฟ้า 100% ในสิงคโปร์ในเดือนเมษายน

  • เปิดสถานี FedEx Express แห่งแรกในหาดใหญ่ซึ่งเป็นเมืองการค้าที่ใหญ่ที่สุดทางตอนใต้ของไทย ในเดือนมิถุนายน

  • เปิดตัวบริการ SenseAware ในฮ่องกงในเดือนกรกฎาคม ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าสามารถติดตามพัสดุได้ใกล้เคียงกับเวลาจริงและเพิ่มความความชัดเจนในการจัดส่งสินค้า

  • เปิดศูนย์บริการ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติ Beijing Capital ในเดือนกรกฎาคม เพื่อเพิ่มความสามารถในการรองรับการจัดส่งระหว่างประเทศ และตอบสนองความต้องการบริการจัดส่งทั้งขาเข้าและขาออกที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าในตอนเหนือของจีน

  • เพิ่มกลุ่มบริการบรรจุภัณฑ์ควบคุมอุณหภูมิ (TCP) ในตลาดเอเชียแปซิฟิก 13 ประเทศในเดือนสิงหาคม และเพิ่มตัวเลือก “การขนส่งด้วยห้องเย็น” ใหม่สำหรับลูกค้าที่ต้องการขนส่งด้วยห้องเย็นที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส โดยสามารถรักษาอุณหภูมิได้นานถึง 96 ชั่วโมง

  • เปิดตัว FedEx® Quick Form ในตลาดเอเชียแปซิฟิก 10 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย จีน ฮ่องกง ญีปุ่น เกาหลี มาเลเซีย สิงคโปร์ ไต้หวัน ไทย และเวียดนาม ซึ่งทำให้การดำเนินการกับพัสดุสะดวกยิ่งขึ้น

  • ปรับปรุงโซลูชันกลุ่มผลิตภัณฑ์การจัดส่งแบบเย็นในเดือนตุลาคมเพื่อตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพและลูกค้าที่ต้องการการขนส่งที่มีการรักษาอุณหภูมิขณะขนส่ง โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าวประกอบด้วย ผ้าคลุมรักษาอุณหภูมิ (Thermal Blanket) ตัวเลือกแพ็กเกจการจัดส่งพัสดุแบบเย็น (Cold Shipping Package Option) โซลูชันการจัดส่งพัสดุแบบแช่แข็งที่อุณหภูมิต่ำมาก (Deep Frozen Shipping Solution) และการเฝ้าสังเกตพัสดุ (ShipmentWatch)

2014

  • ปรับปรุงเครื่องมือจัดส่งพัสดุทางเว็บ FedEx Ship Manager ให้ดียิ่งขึ้นในเดือนมีนาคม โดยปรับให้มีภาษาไทย และลดจำนวนใบตราส่งสินค้าทางอากาศและใบกำกับสินค้าระหว่างประเทศสำหรับการจัดส่งขาออกจากจีน

  • เริ่มดำเนินงานศูนย์กลางภูมิภาคแปซิฟิกเหนือแห่งใหม่ที่ตั้งอยู่ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติ Kansai ในเมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่นในเดือนเมษายน เพื่อใช้เป็นจุดรวมและขนถ่ายพัสดุสำหรับการจัดส่งระหว่างเอเชียกับสหรัฐอเมริกา นอกจากเส้นทางเที่ยวบินตรงในปัจจุบันไปยังสหรัฐอเมริกาแล้ว ยังเพิ่มเส้นทางใหม่ไปยังเมืองอินเดียนาโปลิส ในมลรัฐอินเดียนาอีกด้วย

  • เปิดตัว FedEx®Global Returnsในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นการแก้ไขการจัดส่งที่ออกแบบมาเพื่อให้ลดขั้นตอนของกระบวนการส่งคืนทั่วโลก ซึ่งจะช่วยให้ผู้ค้าปลีกจัดการกับเหตุการณ์การส่งคืนของลูกค้าได้ดีขึ้น รวมถึงป้ายส่งคืนที่แก้ไขได้ เอกสารพิธีการศุลกากร และสถานที่ส่งคืนที่ยืดหยุ่นได้

  • เพิ่มบริการจัดส่งก่อนเวลาทำการ FedEx International First ในประเทศต้นทางใหม่ 31 ประเทศในเดือนตุลาคม ได้แก่ จีน อินโดนีเซีย เกาหลี มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์และไทย

  • เพิ่มเครือข่ายร้านค้าปลีกในฟิลิปปินส์ในเดือนตุลาคม ลูกค้าสามารถส่งพัสดุผ่านศูนย์รับส่งที่ได้รับอนุญาตจาก FedEx ในร้านค้า 2GO Express และ Universal Storefront Services Corporation (USSC) ที่ตั้งอยู่ในจุดสำคัญต่างๆ กว่า 313 แห่งทั่วประเทศ

2015

  • บริการจัดส่งสินค้าอันตรายบางประเภทไปยังจุดหมายปลายทางของลูกค้าผ่านบริการ FedEx International Priority® ในไต้หวันในเดือนมีนาคม ซึ่งลูกค้าไม่ต้องจัดแยกประเภทพัสดุในการขนส่งภาคพื้นดินที่สนามบินอีกต่อไป

  • ขยายบริการไปยังร้านสะดวกซื้อ 7-ELEVEN มากกว่า 5,000 แห่งทั่วประเทศไต้หวันในเดือนมิถุนายน ซึ่งทำให้จุดบริการค้าปลีกของ FedEx มีมากกว่า 6,300 แห่ง รวมถึงศูนย์รับส่งพัสดุที่ได้รับอนุญาตจาก FedEx อีกกว่า 1,300 แห่งที่สำนักงานไปรษณีย์ Chunghwa Post ร้านจำหน่ายหนังสือ Eslite ร้านอัดรูป Kodak Express และศูนย์บริการ Sir Speedy

  • เปิดให้บริการ FedEx® SMS Tracking ในประเทศเกาหลีในเดือนมิถุนายน ลูกค้าสามารถใช้โทรศัพท์มือถือตรวจสอบสถานะของพัสดุที่อยู่ในระหว่างการจัดส่งโดยไม่ต้องใช้อินเตอร์เน็ต

  • เสนอวิธีแก้ปัญหาการจัดส่งพัสดุแบบครบวงจรโดยใช้ระบบควบคุมความเย็นในประเทศจีนในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อลูกค้าที่ต้องการจัดส่งพัสดุในอุณหภูมิแช่แข็ง

  • ร่วมมือกับ Japan Post เพื่อเปิดให้บริการจัดส่งพัสดุไปยังต่างประเทศสำหรับการจัดส่งพัสดุขาออก ในประเทศญี่ปุ่นในเดือนตุลาคม Japan Post ได้ขยายขอบเขตบริการ U-Global Express ไปยังจุดหมายปลายทางในสหรัฐอเมริกา และดูแลเรื่องการรับพัสดุจากลูกค้าในประเทศญี่ปุ่นที่จัดส่งพัสดุไปยังสหรัฐอเมริกา ส่วน FedEx ได้ให้บริการ International Economy พร้อมทั้งเดินเรื่องศุลกากร และจัดส่งพัสดุไปยังจุดหมายปลายทางในสหรัฐอเมริกา

  • ปิดให้บริการ 'การจัดส่งพัสดุทาง FedEx ของฉัน' ในประเทศออสเตรเลียในเดือนธันวาคม เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดส่งพัสดุถึงจุดหมายปลายทาง ซึ่งมีการแจ้งเตือนให้ลูกค้าทราบถึงสถานะของพัสดุที่ใกล้จะมาถึง ลูกค้ายังสามารถเลือกรูปแบบในการจัดส่งได้ผ่านทางเว็บไซต์

  • พัฒนาบริการจัดส่งพัสดุขาเข้าในประเทศญี่ปุ่นในเดือนธันวาคม ซึ่ง FedEx ได้จัดส่งพัสดุจากทั่วโลกผ่านบริการ FedEx International Priority หรือ International Economy ไปยังประเทศญี่ปุ่นและเดินเรื่องศุลกากร Japan Post จะให้บริการจัดส่งพัสดุภายในประเทศถึงมือผู้รับโดยจำกัดประเภทของบรรจุภัณฑ์ที่มีน้ำหนักไม่เกิน 30 กก.

2016

  • เปิดให้บริการ FedEx Customized Freight (FCF) ในประเทศจีนและประเทศไทย ในเดือนมกราคมและเดือนสิงหาคมตามลำดับ บริการใหม่ดังกล่าวช่วยให้สามารถจัดส่งพัสดุออกไปยังประเทศอื่นๆ และจัดส่งพัสดุเข้ามาจากสหรัฐอเมริการวมถึงประเทศอื่นๆที่สำคัญในเอเซียที่ต้องการจัดส่งพัสดุที่ต้องการๆดูแลขั้นสูงในด้านอุณหภูมิ ความปลอดภัยของบรรจุภัณฑ์ และกระบวนการจัดส่ง

  • เปิดตัว Nissan e-NV200 ที่ไม่ปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกและใช้ระบบไฟฟ้า ในประเทศญี่ปุ่นในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งนับว่าเป็นอีกขั้นหนึ่งที่ FedEx บรรลุเป้าหมายในการพัฒนาประสิทธิภาพของเชื้อเพลิงในรถยนต์และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

  • ลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับสนามบินนานาชาติอินชอนเรื่อง 'การพัฒนาและบริหารจัดการอาคารคลังสินค้า FedEx ที่สนามบินนานาชาติอินชอน' ในเดือนมีนาคม อาคารคลังสินค้าแห่งใหม่ที่ให้ FedEx ควบคุมดูแลมีกำหนดการเสร็จสิ้นในปี 2019

  • เปิดศูนย์สำหรับสินค้าควบคุมความเย็นแห่งใหม่ที่มีเทคโนโลยีทันสมัย ที่ FedEx Express World Hub ในเมืองเมมฟิส รัฐเทนเนสซี ในเดือนมีนาคม ศูนย์ควบคุมความเย็นได้รับการออกแบบมาสำหรับการจัดส่งยาและสินค้าสุขภาพ รวมถึงสินค้าที่เน่าเสียง่ายโดยเฉพาะ ศูนย์ดังกล่าวมีขนาด7,710 ตารางเมตร และเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการจัดส่งพัสดุควบคุมความเย็นให้ครอบคลุมทั่วโลกมากยิ่งขึ้น รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งของการขยายพอร์ตโซลูชั่น FedEx® Healthcare

  • ซื้อกิจการ TNT Express ในวันที่ 25 พฤษภาคม เพื่อผนวกความแข็งแกร่งของเครือข่ายการขนส่งแบบด่วนทางอากาศที่ใหญ่ที่สุดในโลกเข้ากับเครือข่ายขนส่งภาคพื้นดินที่ดีที่สุดในยุโรป และยังช่วยขยายธุรกิจที่ FedEx มีอยู่

  • เปิดให้บริการ FedEx Virtual Assistant ในประเทศออสเตรเลีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์และเวียดนาม ในเดือนมิถุนายน ซึ่งลูกค้าสามารถสอบถามเกี่ยวกับการจัดส่งพัสดุที่รวดเร็วและง่ายขึ้น โดยกระจายไปตามจุดบริการลูกค้าหลายแห่ง

  • เปิดศูนย์ให้บริการแห่งใหม่ที่สนามบินเพิร์ธ เพื่อให้ลูกค้าทางตะวันตกของประเทศออสเตรเลียสามารถเข้าถึงเครือข่ายทั่วโลกได้มากขึ้น ศูนย์ดังกล่าวมีเนื้อที่ 3,000 ตารางเมตร โดยมีเนื้อที่มากกว่าศูนย์เดิมถึงสองเท่า และตั้งอยู่ใกล้คลังสินค้าในเมืองเพิร์ธ สามารถเข้าจุดแรกของทางหลวงได้ง่ายขึ้น รวมถึง FedEx ยังสามารถเรียกคืนสินต้าและกระจายการขนส่งได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

  •  

    อัพเดทล่าสุด: กันยายน 2016

     


    1ศูนย์รับส่งสินค้าที่ได้รับอนุญาตจาก FedEx ให้บริการรับฝากสินค้าเท่านั้น ขณะที่บริการ FedEx ในร้านสะดวกซื้อ 7-ELEVEN ให้บริการรับสินค้าด้วยตนเองเท่านั้น