การให้บริการ อัพเดทข้อบังคับและการแจ้งเตือนที่สำคัญ

การให้บริการ อัพเดทข้อบังคับและการแจ้งเตือนที่สำคัญ

การให้บริการ อัพเดทข้อบังคับและการแจ้งเตือนที่สำคัญ

สายด่วนฝ่ายบริการลูกค้าของเรากำลังประสบกับปริมาณการโทรเข้าที่สูงกว่าปกติ สำหรับการจัดส่งแบบเร่งด่วนใดๆ กรุณาติดตามการจัดส่ง ตรวจสอบค่าจัดส่ง และนัดเข้ารับพัสดุทางออนไลน์แทน หรือใช้ผู้ช่วย Virtual Assistant เพื่อขอความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ข่าวสารเกี่ยวกับโควิด-19


เรากำลังติดตามผลกระทบของการระบาดของ COVID-19 อัพเดทผลกระทบกับการให้บริการได้ที่นี่

FedEx Express ยังคงรักษาการให้บริการรับและจัดส่งพัสดุทั่วประเทศไทย

เนื่องจากการประกาศเคอร์ฟิวสำหรับทุกพื้นที่ในประเทศไทย เราได้มีการปรับเปลี่ยนเวลาโทรแจ้งเข้ารับพัสดุสำหรับที่จะส่งไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา และละตินอเมริกา สิ้นสุดที่เวลา 17:00 น. จากเวลา 19:00 น. และเวลาเข้ารับพัสดุจะสิ้นสุดที่ 17:00 น. จาก 22:00 น. ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2563 จนกว่าจะมีการแจ้งให้ทราบต่อไป

สถานการณ์จะถูกตรวจสอบอย่างใกล้ชิดและแผนการดำเนินงานฉุกเฉินได้มีการเตรียมไว้เพื่อลดผลกระทบต่อการให้บริการที่อาจเกิดขึ้น FedEx Express ยังคงมุ่งมั่นเพื่อความปลอดภัยของพนักงานในเครือข่าย FedEx Express เช่นเดียวกันกับการให้บริการที่ดีเยี่ยมสำหรับลูกค้าของเราในสถานการณ์ปัจจุบัน

ลูกค้าของ FedEx สามารถตรวจสอบสถานะล่าสุดของพัสดุทาง fedex.com/th หรือติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของเราที่ 1782

เนื่องจากสถานการณ์การระบาดที่เกิดขึ้นทั่วโลก ส่งผลให้เราต้องเพิ่มจำนวนพนักงานของเรา เพื่อรับมือกับการดำเนินการใบตราส่งสินค้าแบบเขียนที่เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นเราจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มเติมสำหรับฟอร์มใบตราส่งสินค้าทางอากาศแบบเขียน โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2563 ลูกค้าท่านใดที่ต้องการสั่งฟอร์มใบตราส่งสินค้าทางอากาศแบบเขียนจะถูกเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มเติม 50 บาทต่อใบ และมีปริมาณการสั่งขั้นต่ำจำนวน 10 ใบต่อครั้ง นอกจากนี้ค่าบริการเพิ่มเติมดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสู่ดิจิตอลของเราอีกด้วย

ลูกค้าสามารถใช้ใบตราส่งสินค้าทางอากาศแบบเขียนที่มีอยู่ก่อนได้เช่นเดิม แต่จะต้องเสียค่าบริการเพิ่มเติม หากต้องการขอฟอร์มเพิ่มตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2563 โดยจะถูกเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มเติมครั้งละ 500 บาทต่อการสั่งขั้นต่ำจำนวน 10 ใบ

ค่าบริการเพิ่มเติมนี้จะถูกเรียกเก็บไปยังบัญชี FedEx ของผู้ที่ทำการสั่งฟอร์ม ด้วยใบแจ้งหนี้ที่ออกแยกให้โดยเฉพาะ

นอกจากนี้ preprinted air waybill จะงดให้บริการเช่นเดียวกัน โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 เราขอแนะนำให้คุณทำการจัดส่งด้วยเครื่องมือออนไลน์ของเรา เพื่อพบกับกระบวนการจัดส่งแบบดิจิตอลที่เต็มไปด้วยความง่าย สะดวก และรวดเร็ว

เพียงเข้าสู่เว็บไซต์ fedex.com และคลิก “จัดส่ง”

ผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้รัฐบาลในท้องถิ่น รัฐ และประเทศทั่วโลก ออกข้อจำกัดการทำงานและการเดินทางในชีวิตประจำวัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสามารถของเราในการให้บริการที่มีมาตรฐานสูง

ด้วยเหตุนี้เราได้ตัดสินใจระงับการรับประกันคืนเงิน (MBG) สำหรับบริการ FedEx Express ทั้งหมด ซึ่งมีผลทันทีจนกว่าจะมีการแจ้งให้ทราบต่อไป

เนื่องจาก FedEx เป็นผู้ให้บริการการขนส่งที่จำเป็น เราจะดำเนินงานต่อไปตามข้อจำกัดและข้อบังคับของรัฐบาล และเรายังคงดำเนินการตามแผนฉุกเฉินเพื่อพยายามให้บริการที่ยอดเยี่ยมแก่ลูกค้าของเรา

เรารับรู้และซาบซึ้งถึงบทบาทสำคัญที่เรามีในซัพพลายเชนทั่วโลกและเชื่อมโยงโลกในช่วงเวลาวิกฤตินี้ เรายังคงมุ่งมั่นในการให้บริการลูกค้าของเรา และจัดส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้กับพื้นที่ที่ต้องการมากที่สุด

ข่าวสารการให้บริการ

ในวันที่ 17 มีนาคม 2563 ทางครม. อนุมัติยกเลิกการหยุดสงกรานต์ในวันที่ 13-15 เมษายน 2563 เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัส (โควิท-19)

เราจึงขอปรับตารางวันหยุดของเราตามประกาศดังกล่าว โดยเราจะเปิดให้บริการเป็นปกติในระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน 2563 อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการสนับสนุนมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) เราขอแนะนำให้คุณใช้บริการ door-to-door service หรือบริการที่เราจะเข้าไปรับพัสดุโดยตรงจากสถานที่พักของคุณ

“ความปลอดภัยเหนือสิ่งอื่นใด” เป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญอย่างยิ่งที่ FedEx เรารับฟังข้อแนะนำจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ในขณะที่เราพยายามช่วยปกป้องลูกค้าและสมาชิกในทีมของเรา

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนี้ กรุณาติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของเราที่ 1782, อีเมล: thcsr@fedex.com หรือ LINE: @FedExThailand

เรากำลังควบรวมการดำเนินงานของ FedEx Express และ TNT ในพื้นที่กรุงเทพ เราหวังว่าการรวมสิ่งอำนวยความสะดวกของเราเข้าด้วยกัน จะปรับปรุงประสิทธิภาพและให้บริการลูกค้าของเราดีขึ้น

 

ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ลูกค้า FedEx Express และ TNT สามารถรับและจัดส่งพัสดุได้ตามที่อยู่ใหม่ที่ระบุด้านล่างนี้:

FedEx World Service Center สาขา อาคารไทยซัมมิททาวเวอร์

1768 อาคารไทยซัมมิท ทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310

 

เวลาทำการคือ:

09:00 น. - 17:00 น. (จันทร์ - ศุกร์)

หยุดวันเสาร์ - อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์

 

กรุณาติดต่อทีมบริการลูกค้าของเราที่ 1782 เพื่อนัดหมายการเข้ารับพัสดุ หรือต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับศูนย์บริการการจัดส่งของ FedEx Express ที่อยู่ใกล้คุณที่สุด คลิกที่นี่

ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 หมายเลขโทรศัพท์ฝ่ายบริการลูกค้าของเราจะเปลี่ยนจาก +662.229.8900 เป็น +662.491.2000 ลูกค้ายังสามารถติดต่อ +662.229.8900 ได้จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2563 ทั้งนี้หมายเลขสายด่วน FedEx ที่ 1782 จะยังคงให้บริการเช่นเดิม

ปัจจุบันนี้ ผู้นำเข้าอุปกรณ์การแพทย์จำเป็นต้องได้รับใบอนุญาตอิเล็กทรอนิกส์ หรือ LPI (License Per Invoice) จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนการผ่านพิธีการศุลกากร

ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นต้นไป FedEx Express ประเทศไทย จะเปิดให้บริการใหม่สำหรับลูกค้าเป็นพิเศษเพื่อช่วยเหลือผู้นำเข้าอุปกรณ์ทางการแพทย์ในการยื่นขอ LPI ด้วยประสบการณ์ของเรา ทีมงานและตัวแทนที่ทุ่มเทโดยเฉพาะ ทำให้เราสามารถอำนวยความสะดวกในการดำเนินการนำเข้าของลูกค้าได้อย่างราบรื่น ลดความล่าช้า และลดขั้นตอนการดำเนินพิธีการศุลกากรของลูกค้า มอบความอุ่นใจแก่ลูกค้าเมื่อนำเข้าอุปกรณ์การแพทย์


ลูกค้าสามารถติดต่อตัวแทนฝ่ายขายที่ดูแลบัญชีของลูกค้า หรือโทรสายด่วนบริการลูกค้าของเราที่ 1782 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและเรียนรู้เกี่ยวกับค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม

ด้วยส่วนหนึ่งของการวางแผนเพื่อให้มั่นใจว่ามีการจัดตั้งองค์กรอย่างเหมาะสมในการรองรับการควบรวมกันระหว่าง FedEx Express กับ TNT ดังนั้น เฟดเดอรัล เอ็กซ์เพรส คอร์ปอเรชั่น สาขาประเทศไทย จะทำการโอนกิจการบางส่วนในประเทศไทยไปยัง บริษัท เฟดเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด (“FedEx Express Thailand”) โดยมีผลบังคับตามกฎหมายตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป

อย่างไรก็ตาม จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการให้บริการและการปฏิบัติงานต่างๆ ของเราอันเนื่องมาจากการโอนกิจการดังกล่าวนี้ ความรับผิดชอบด้านการบริการของเราที่มีต่อลูกค้าจะยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ข้อกำหนดทางธุรกิจต่างๆ ที่มีอยู่ทั้งหมดจะยังคงเหมือนเดิม ยกเว้นองค์กรที่ทำสัญญา ตัวแทนฝ่ายขายที่ดูแลคุณอยู่จะติดต่อคุณหากจำเป็นต้องมีการแก้ไขสัญญาของคุณ

สำหรับการเรียกชำระเงินนั้น FedEx Express Thailand จะเริ่มออกใบแจ้งหนี้ต่างๆ สำหรับค่าบริการขนส่งระหว่างประเทศ มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป สำหรับการจัดส่งขาออกและขาเข้า ลูกค้าที่เป็นบริษัท ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน หรือหน่วยงานอื่นๆ ในประเทศไทย จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 1-3% สำหรับค่าขนส่ง ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง และค่าบริการเพิ่มเติมตามใบแจ้งหนี้ที่ได้รับจากบริษัท เฟดเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด โดยลูกค้าสามารถยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่ายไปยังกรมสรรพากรของประเทศไทย และจัดส่งหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ให้แก่ บริษัท เฟดเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเรียกชำระเงินและภาษี กรุณาคลิก "เรียนรู้เพิ่มเติม"

หากคุณมีคำถามเพิ่มเติมใดๆ สามารถติดต่อตัวแทนฝ่ายขายที่ดูแลบัญชีของคุณ หรือสายด่วนบริการลูกค้า FedEx ที่ 1782

ตั้งแต่วันที่ 7 มกราคมเป็นต้นไป ลูกค้า FedEx ในประเทศไทยสามารถทำการชำระบิลผ่านการฝากเงินสด หรือเช็คได้ที่เคาน์เตอร์สาขาของธนาคารกสิกรไทยด้วยการใช้ใบนำฝาก (Pay in Slip) ที่แนบมากับใบแจ้งหนี้ และยังสามารถชำระบิลผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ตู้เอทีเอ็ม ธนาคารออนไลน์ หรือแอปพลิเคชั่นธนาคารบนโทรศัพท์มือถือหากลูกค้ามีบัญชีกับธนาคารกสิกรไทย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อสายด่วนฝ่ายบริการลูกค้า FedEx ประเทศไทย

สำหรับ การชำระบิลผ่านธนาคารกสิกรไทย คลิกที่นี่

อัพเดทข้อบังคับการจัดส่ง

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กรมการค้าภายใน ประกาศว่าด้วยการส่งออกหน้ากากอนามัยไปนอกราชอาณาจักรในทุกกรณี จะต้องได้รับหนังสืออนุญาตการส่งออกจากเลขาธิการอย่างเป็นทางการ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป

จากมาตรการดังกล่าว จะมีผลทันทีสำหรับลูกค้าของ FedEx Express ที่ต้องการส่งออกหน้ากากอนามัยไปนอกราชอาณาจักร จะต้องได้รับหนังสืออนุญาตการส่งออกจากเลขาธิการอย่างเป็นทางการและดำเนินการผ่านพิธีการศุลกากรส่งออก (Formality) โปรดทราบถึงมาตรการนี้หากคุณวางแผนในการจัดส่ง

เนื่องจากสถานการณ์มีลักษณะการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เราขอแนะนำให้ลูกค้าตรวจสอบเว็บไซต์ของกรมศุลกากร และติดต่อตัวแทนฝ่ายขายของคุณหรือสายด่วนฝ่ายบริการลูกค้าของเราสำหรับการช่วยเหลือเพิ่มเติม

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 คณะรัฐมนตรีของไทยเห็นชอบมาตรการเรื่องหน้ากากอนามัยและผลิตภัณฑ์บางประเภทจะจัดเป็น 'สินค้าควบคุม' เพื่อป้องกันการขาดแคลน มาตรการนี้จะช่วยให้รัฐบาลไทยสามารถควบคุมการกระจายและการส่งออกสินค้าเหล่านี้ไปนอกราชอาณาจักร

คณะกรรมการกลางว่าด้วยเรื่องราคาสินค้าและบริการ กรมการค้าภายใน ได้ประกาศเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 ว่าด้วยการส่งออกหน้ากากอนามัยตั้งแต่ 500 ชิ้นขึ้นไปจะต้องได้รับหนังสืออนุญาตการส่งออกจากเลขาธิการอย่างเป็นทางการ

จากมาตรการดังกล่าว จะมีผลทันทีสำหรับลูกค้าที่ต้องการส่งออกหน้ากากอนามัยซึ่งเป็นสินค้าควบคุมตามรายละเอียดที่ระบุในประกาศ ที่มีปริมาณครั้งละตั้งแต่ 500 ชิ้นขึ้นไป จะต้องมีหนังสืออนุญาตการส่งออกที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการในการส่งออกหน้ากากอนามัยและดำเนินการผ่านพิธีการศุลกากรส่งออก (Formality) โปรดทราบถึงมาตรการนี้หากคุณวางแผนในการจัดส่ง

เนื่องจากสถานการณ์มีลักษณะการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เราขอแนะนำให้ลูกค้าตรวจสอบเว็บไซต์ของกรมศุลกากร และติดต่อตัวแทนฝ่ายขายของคุณหรือสายด่วนฝ่ายบริการลูกค้าของเราสำหรับการช่วยเหลือเพิ่มเติม

"ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2562 กฎระเบียบใหม่ของสินค้ามูลค่าต่ำจะบังคับใช้ ธุรกิจในต่างประเทศที่ขายสินค้ามูลค่าต่ำให้กับผู้บริโภคในนิวซีแลนด์อาจต้องลงทะเบียนสำหรับการรวบรวมและส่งคืนภาษีสินค้าและบริการ (GST) ในอัตรา 15% สำหรับสินค้าที่ชำระเงินหรือออกใบแจ้งหนี้ในหรือหลังวันที่ 1 ธันวาคม 2562

กฎระเบียบใหม่มีผลบังคับใช้กับสินค้าที่มีมูลค่าศุลกากร 1,000 เหรียญนิวซีแลนด์หรือน้อยกว่า จะทำให้ธุรกิจในต่างประเทศ รวมถึงตลาดออนไลน์และร้านค้าที่ขายตรงและส่งต่อ ต้องลงทะเบียนบัญชี GST จากการขายให้กับลูกค้านิวซีแลนด์ มูลค่าศุลกากร 1,000 เหรียญนิวซีแลนด์จะไม่รวมค่าขนส่งและประกันภัยเมื่อพิจารณาว่าต้องมีการเรียกเก็บ GST หรือไม่

สินค้าทั้งหมดที่มีมูลค่า 1,000 เหรียญนิวซีแลนด์หรือน้อยกว่า สามารถสำแดงได้ทาง Inward Cargo Report (ICR), a Simplified Import Declaration (SID) หรือการสำแดงการนำเข้ามาตรฐาน ไม่มีการเปลี่ยนแปลงการดำเนินการปัจจุบันสำหรับสินค้าที่มูลค่ามากกว่า 1,000 เหรียญนิวซีแลนด์ - จะใช้ GST มาตรฐานและการคำนวณภาษี

กฎระเบียบใหม่สำหรับสินค้ามูลค่าต่ำคล้ายกับกฎระเบียบสำหรับสินค้ามูลค่าต่ำที่มีอยู่แล้วในออสเตรเลีย

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎระเบียบ GST ใหม่ในนิวซีแลนด์ สามารถไปที่บริการศุลกากร

กรมศุลกากรประเทศจีนได้กำหนดกฎระเบียบใหม่เกี่ยวกับสินค้าชีวภาพ เช่น จุลินทรีย์ เนื้อเยื่อมนุษย์ ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ และเลือดเป็นต้น ถูกห้ามมิให้ขนส่งทางบกในประเทศจีน ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงเครือข่ายการขนส่งที่เกิดจากกฎระเบียบใหม่นี้ สินค้าที่อยู่ในรายการที่ขนส่งไปยังและจากฮ่องกงต้องใช้เวลาในการขนส่งเพิ่มขึ้น

  • การนำเข้าสินค้าที่ถูกจำกัดสู่ฮ่องกง จะต้องใช้เวลาในการขนส่งเพิ่มขึ้น 1-4 วัน ขึ้นอยู่กับต้นทาง
  • การส่งออกสินค้าที่ถูกจำกัดจากฮ่องกง จะต้องใช้เวลาในการขนส่งเพิ่มขึ้น 1 วัน
  • รายการสินค้าที่ถูกจำกัด:
สินค้าที่ถูกจำกัด
แอคติโนมัยสีท (ACTINOMYCETES) เอนไซม์ (ENZYME) จุลินทรีย์ (MICROORGANISM)
แอนติบอดี (สารภูมิต้านทาน) (ANTIBODY) เอ็นไซม์ทอกซิน (ENZYME TOXIN) มัยโคพลาสมา (MYCOPLASMA)
แอนติทอกซิน (สารต้านพิษ) (ANTITOXIN) สารพิษหรือของเสียที่ร่างกายขับออก (EXCRETION) กรดนิวคลีอิค (NUCLEIC ACID)
แบคทีเรีย (BACTERIAL) เชื้อรา (FUNGUS) ปรสิต (PARASITE)
การเตรียมสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ (BIOLOGICAL ACTIVE PREPARATION) เซลล์มนุษย์ (HUMAN CELL) พลาสม่า (PLASMA)
ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ (BIOLOGICAL PRODUCTS) อวัยวะของมนุษย์ (HUMAN ORGAN) ผลิตภัณฑ์โปรตีนพลาสม่า (PLASMA PROTEIN PRODUCT)
เลือด (BLOOD) เนื้อเยื่อของมนุษย์ (HUMAN TISSUE) แบคทีเรียริกเกตเชีย (RICKETTSIA BACTERIA)
คลามายเดีย (CHLAMYDIA) สารปรับปรุงภูมิคุ้มกัน (IMMUNOMODULATOR) น้ำลาย (SALIVA)
ไซโตไคน์ (CYTOKINE) ไขกระดูก (MARROW) สารคัดหลั่ง (SECRETION)
สารวินิจฉัย (DIAGNOSTIC REAGENT) ตัวเชื้อโรค (MICROBIAL AGENTS) แบคทีเรียแบบเกลียว (SPIRAL BACTERIA)
ดีเอ็นเอ (DNA) จุลินทรีย์แบคทีเรีย (MICROBIAL BACTERIA) ปัสสาวะ (URINE)
ตัวอ่อน (EMBRYO) การเตรียมจุลชีววิทยา (MICROECOLOGICAL PREPARATION) วัคซีน (VACCINE)
    ไวรัส (VIRUS)

จากบันทึกของเราแสดงให้เห็นว่า คุณได้มีการจัดส่งไปยังประเทศซาอุดีอาระเบียภายใน 12 เดือนที่ผ่านมา เราต้องการแจ้งให้คุณทราบว่าตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2562 เมื่อคุณจัดส่งไปยังประเทศนี้ด้วยโซลูชั่นระบบอัตโนมัติของ FedEx จะต้องใช้รหัสไปรษณีย์ที่ถูกต้อง ทั้งนี้เพื่อให้ FedEx สามารถปรับปรุงบริการและปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ

เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องทราบว่าในวันที่มีผลบังคับใช้ FedEx จะยอมรับเฉพาะการจัดส่งที่มีรหัสไปรษณีย์และรูปแบบรหัสไปรษณีย์ที่ถูกต้องเท่านั้น หากไม่มีข้อมูลนี้คุณจะไม่สามารถสร้างฉลากการจัดส่งโดยใช้โซลูชั่นระบบอัตโนมัติของ FedEx ได้

หากคุณใช้คุณลักษณะสมุดที่อยู่หรือแหล่งที่อยู่ของผู้รับอื่นบ่อยๆ คุณจะต้องอัพเดททุกข้อมูลสำหรับประเทศนี้เพื่อให้มั่นใจว่ารหัสไปรษณีย์และรูปแบบไปรษณีย์ที่ถูกต้องจะถูกบันทึกไว้ภายในวันที่ 29 กันยายน 2562 เราขอแนะนำให้คุณอัพเดทข้อมูลที่อยู่การจัดส่งของผู้รับในขณะนี้เพื่อป้องกันปัญหาเกี่ยวกับการสร้างฉลากการจัดส่ง

ดูตารางต่อไปนี้สำหรับรูปแบบรหัสไปรษณีย์สำหรับประเทศซาอุดีอาระเบีย

รหัสประเทศ ภูมิภาค รูปแบบรหัสไปรษณีย์ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2562
SA
Saudi Arabia
(ซาอุดีอาระเบีย)
Middle East
(ตะวันออกกลาง)
5 หลัก


ขอขอบคุณที่สละเวลาทำการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญนี้ในสมุดที่อยู่ของคุณ

สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ออกประกาศเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของภาษีมาตรา 301 สำหรับการนำเข้าของจีนมูลค่า 200 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ จาก 10 เปอร์เซ็นต์เป็น 25 เปอร์เซ็นต์ ณ เวลา 12:01 น. เวลามาตรฐานตะวันออกวันที่ 10 พฤษภาคม 2562

หมวดสินค้าที่ได้รับผลกระทบสามารถดูได้จากลิงก์ด้านล่าง: https://www.cbp.gov/sites/default/files/assets/documents/2018-Oct/Section301_HTSUS_Ref-Guide_Oct2-2018.pdf

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม จีนประกาศการตัดสินใจขึ้นอัตราภาษีที่กำหนดสำหรับผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา มีผลในวันที่ 1 มิถุนายน 2562 ซึ่งก่อนหน้านี้จีนได้เรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมจากการนำเข้าของสหรัฐอเมริกา มูลค่า 60 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราภาษีเพิ่มเติมสำหรับผลิตภัณฑ์บางประเภทจะเพิ่มขึ้นเป็น 25 เปอร์เซ็นต์ 20 เปอร์เซ็นต์ และ 10 เปอร์เซ็นต์ สินค้าที่มีอัตราภาษี 5 เปอร์เซ็นต์จะยังคงอยู่ที่ 5 เปอร์เซ็นต์

หมวดสินค้าที่ได้รับผลกระทบสามารถดูได้ที่ลิงก์ด้านล่าง (สำหรับการอ้างอิงของคุณ): http://gss.mof.gov.cn/zhengwuxinxi/zhengcefabu/201905/t20190513_3256788.html

ไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็นสำหรับขั้นตอนการจัดส่งและเอกสาร อย่างไรก็ตามหากคุณต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม กรุณาติดต่อตัวแทนฝ่ายขายของคุณหรือสายด่วนบริการลูกค้าของเรา

กีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกฤดูหนาวพย็องชัง 2018 จะจัดขึ้นที่เกาหลีใต้ ตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ถึง 25 กุมภาพันธ์และ 9 มีนาคมถึง 18 มีนาคม 2561 ตามลำดับ

การจัดส่งที่นำเข้ามาในเกาหลีใต้สำหรับกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกฤดูหนาวพย็องชัง จะได้รับกระบวนการยกเว้นพิเศษ (SEP) ซึ่งจะมีการยกเว้นอากรและภาษี ไม่จำเป็นต้องยื่นขอ SEP สำหรับของใช้งานส่วนบุคคลที่มีมูลค่าต่ำกว่า 150 USD เนื่องจากได้รับการยกเว้นภาษี

ตามคำแนะนำอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกฤดูหนาวพย็องชัง 2018 (POCOG) เฉพาะผู้จัดส่งโลจิสติกส์อย่างเป็นทางการ Hanjin Transportation (Hanjin) เท่านั้นที่จัดการ SEP สำหรับอากรและภาษีโดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ลูกค้าที่จัดส่งวัสดุที่เกี่ยวข้องกับกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกไปยังเกาหลีใต้ควรระบุ "POCOG SEP APPLY" ในส่วนของผู้รับใบตราส่งสินค้าทางอากาศและใบแจ้งสินค้าเชิงพาณิชย์สำหรับการจัดส่งของพวกเขา นี่คือข้อกำหนดของ POCOG เพื่อขอรับ SEP และช่วยให้เราสามารถระบุการจัดส่งได้

เมื่อการจัดส่งมาถึง FedEx จะติดต่อผู้รับเพื่อยืนยันและส่งต่อสินค้าที่คุณต้องการไปให้ Hanjin เพื่อดำเนินการพิธีการศุลกากร SEP และจัดส่งภายในประเทศ ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับ SEP จะถูกเรียกเก็บจาก Hanjin โดยตรงและ FedEx จะไม่สามารถคืนเงินส่วนใดส่วนหนึ่งของค่าจัดส่งสำหรับการจัดส่งเหล่านั้น

ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์จนถึงวันที่ 18 มีนาคม 2561 FedEx Express ไม่สามารถจัดส่งพัสดุภัณฑ์ใด ๆ ไปยังพื้นที่ที่มีการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกในเกาหลีใต้เนื่องจากมีเพียงผู้ให้บริการขนส่งอย่างเป็นทางการเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปยังพื้นที่ดังกล่าว FedEx ได้มอบทางเลือกให้ผู้รับสามารถรับพัสดุนอกเขตที่จำกัดได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม FedEx จะติดต่อกับผู้รับโดยตรงที่เกาหลีก่อนการจัดส่ง และจะแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการรับพัสดุจากนอกเขตที่จำกัด

การแจ้งเตือนการหลอกลวงออนไลน์

เราได้รับรายงานเกี่ยวกับอีเมลหลอกลวงที่อ้างว่ามาจาก BillingOnline@fedex.com ข้อความเหล่านี้มักจะมีหัวข้อที่ไม่ชัดเจนในการอ้างอิงถึงใบแจ้งหนี้ (เช่น “ใบแจ้งหนี้ FedEx ของคุณพร้อมที่จะได้รับการชำระเงินแล้วในตอนนี้” “โปรดชำระเงินสำหรับยอดค้างชำระในใบแจ้งหนี้ FedEx ของคุณ” “ใบแจ้งหนี้ FedEx ใหม่” “ใบแจ้งหนี้ FedEx ของคุณพร้อมแล้ว” “ชำระเงินสำหรับใบแจ้งหนี้ FedEx ของคุณผ่านทางออนไลน์”)

หากคุณได้รับข้อความที่ตรงกับคำอธิบายนี้ กรุณาอย่าเปิดอีเมลหรือระบุข้อมูลส่วนตัว ลบอีเมลทันที

FedEx ไม่มีการจัดส่งอีเมลที่ไม่ได้ร้องขอให้แก่ลูกค้าเพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ ใบแจ้งหนี้ เลขที่บัญชี รหัสผ่าน หรือข้อมูลส่วนตัว

ไปที่ FedEx Customer Protection Center ของเรา เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการปกป้องตัวคุณบนระบบออนไลน์ คุณสามารถทำให้ประสบการณ์ออนไลน์ของคุณมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นโดยปฏิบัติตามคำแนะนำง่าย ๆ เพียงไม่กี่ข้อ

สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับอีเมลหลอกลวงอื่น ๆ คุณสามารถหาได้จากเว็บไซต์สหรัฐของเราโดยการคลิกที่นี่

เราได้รับทราบว่าอีเมลหลอกลวงที่มีการใช้ชื่อ FedEx โดยไม่ได้รับอนุญาตได้แพร่กระจายไปยังลูกค้าของเราแล้ว อีเมลดังกล่าวอ้างว่าไม่สามารถจัดส่งสินค้าของ FedEx และขอให้ลูกค้าเปิดไฟล์แนบเพื่อพิมพ์ออกมาและนำไปยังหน่วยงานของ FedEx เพื่อรับพัสดุ

ลูกค้าจำเป็นต้องทราบว่านี่เป็นคำขอที่หลอกลวงและไฟล์แนบของอีเมลนี้มีไวรัสอยู่ หากคุณได้รับอีเมลหลอกลวงเหล่านี้ โปรดอย่าเปิดเอกสารแนบแต่ให้ลบอีเมลทันที

FedEx ไม่ร้องขอการชำระเงินหรือข้อมูลส่วนตัวเพื่อแลกกับสินค้าที่อยู่ระหว่างการขนส่งหรือในการดูแลของ FedEx ผ่านจดหมายหรืออีเมลที่ไม่พึงประสงค์

หากคุณได้รับอีเมลหลอกลวงซึ่งอ้างว่ามาจาก FedEx และประสบกับผลลัพธ์ที่ทำให้สูญเสียเงิน โปรดติดต่อสถาบันการเงินของคุณผ่านช่องทางที่เหมาะสมทันที

*FedEx จะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายหรือความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นอันเป็นผลมาจากกิจกรรมที่ไม่ได้รับอนุญาตหรือหลอกลวงที่ใช้ชื่อ เครื่องหมายบริการและโลโก้ของ FedEx ในทางมิชอบ

เหตุขัดข้องในการให้บริการ

สมัครเพื่อรับข่าวสารทางอีเมลจาก FedEx

สมัครเพื่อรับข่าวสารทางอีเมลจาก FedEx

อีเมลเป็นช่องทางที่ดีในการรับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับข่าวสารล่าสุดที่อาจส่งผลกระทบต่อพัสดุของคุณ และช่วยให้คุณทันต่อเหตุการณ์เสมอด้วยข้อเสนอพิเศษ

สมัครสมาชิก

เป็นสมาชิกอยู่แล้วหรือไม่

คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าอีเมลได้ตลอดเวลา เพิ่มและลบสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป หรือยกเลิกสมาชิก